earoffilm

 

ผมเคยคิดว่า เพลงของบอบ ดีแลนควรจะถูกจำแนกประเภทออกมาเป็นอีกแบบหนึ่ง เราอาจเรียกว่ามีเพลงแจซซ ร๊อค แรกแก้ สกา และ บอบ ดีแลนก็ได้

 

ในเรื่องสั้น /นิยาย /บทความ ‘ปาลีกับศิลปะ' ของคุณ ทินกร หุตางกูร อีกหนึ่งนักเขียนคนโปรดในWAY เล่มล่าสุด ปาลีเข้าเรียนวิชา Dylanology ซึ่งเป็นวิชาว่าด้วยการวิเคราะห์เนื้อพเลงของ บอบ ดีแลน ถ้าผมเข้าเรียนโรงเรียนเดียวกับปาลีได้ นี่คงเป็นวิชาที่ผมเลือกเรียนโดยไม่ต้องบังคับ

 

ผมรู้จักบอบ ดีแลนจากโจน บาแอซ เริ่มทีเดียวผมฟังโจน บาแอซก่อน จนมาได้เจอเพลงFAREWELL, ANGELINA เพลงเศร้าที่สุดเพลงหนึ่งในศตวรรษของผม เนื้อเพลงพูดถึงหารบอกลาเพื่อนรักเพราะโลกนี้ไม่มีที่ทางให้กับคนรักสันติอีกต่อไป  ไม่แปลกใจที่คนแต่งชื่อ บอบ ดีแลน

 

ไปหาบอบ ดีแลนมาฟังเอง ผมพบว่าเพลงของเขามันเพราะกว่าเวลาคนอื่นเอาไปร้อง  แต่ยิ่งฟังนานวันก็ยิ่งถูกดึงดูดโดยเพลงของเขา บางเพลงชอบแทบตาย(ในเวอร์ชั่นอื่น) มาพลิกหาเนื้องเพลงถึงได้รู้ว่ามันโยงเข้ากับ บอบดีแลน

 

หัดฟังบอบ ดีแลนมาหลายปี แต่เพิ่งกลับมาจริงจังหลังการมาถึงของI'M NOT THERE ที่ผมดูซ้ำไปสองรอบอย่างช่าฉ่ำหัวใจ จนถึงตอนนี้ผมก็ไม่สามารถออกปากว่าตัวเองเป็นแฟนของบอบ ดีแลนได้ เขาแต่งเพลงไว้มากมาย และการฟังเพลงของบอบ ดีแลนไม่ได้เป็นแค่การยัดหูฟังเข้าสองหู แล้วเปิดฟัง  เราต้องหาเนื้อเพลงมาอ่าน รวมเลยไปถึงการอ่านบทความเกี่วกับประวัติศาสตร์การเมือง ในแต่ละช่วงด้วย 

 

เพลงของบอบ ดีแลนที่ผมชอบที่สุดในช่วงครึ่งปีหลัง(จนเปิดฟังแทบทุกวัน ) คือเพลง ‘เวลา นั้นหรือคือความเปลี่ยนแปลง' THE TIMES THEY ARE A CHANGIN'   เมื่อวานนี้เจอเพลงนี้อีกครั้งในซีนเปิดเรื่องของWATCHMEN (ZACK SNEIDER /2009 /USA)A++++ ( มันมาต่อกับเพลงUNFORGETTABLEของNAT KING COLE ได้อย่างมีนัยยะอันเจ็บปวดรวดร้าว และเนื้อเพลงถากถางตัวละครได้อย่างถอนรากถอนโคน )   อยากเขียนถึงหนังเรื่องนี้แต่เกรงจะไม่มีเวลา อย่างไรก็ตาม อยากเขียนถึงเพลงนี้มากกว่ามากๆ

 

บอบ ดีแลนเขียนเพลงนี้ในปี 1963 ช่วงเวลาที่เขายังร้องเพลงประท้วงอยู่ (ใน I'M NOT THERE  น่าจะเป็นช่วงของ คริสเตียน เบล โดยมีจูลี่แอนน์ มัวร์เล่นบท โจน บาแอซ ได้เหมือนจนช๊อค!)  เขาบอกว่าเขาเขียนเพลงนี้เพื่อให้เป็น ‘เพลงชาติแห่งความเปลี่ยนแปลง' และแม้นักวิจารณ์หลายคนจะบอกว่าเพลงนี้ตายตั้งแต่มันถูกเขียน ผมก็คิดว่ามันตายเพราะมันคือความเปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นถูกเขียนไว้ในเพลงแล้ว 

 

มาชวนฟังเพลงนี้กันครับ

 

 

 

Come gather 'round people
Wherever you roam
And admit that the waters
Around you have grown
And accept it that soon
You'll be drenched to the bone.
If your time to you
Is worth savin'
Then you better start swimmin'
Or you'll sink like a stone

For the times they are a-changin'.

Come writers and critics
Who prophesize with your pen
And keep your eyes wide
The chance won't come again
And don't speak too soon
For the wheel's still in spin
And there's no tellin' who
That it's namin'.
For the loser now
Will be later to win

For the times they are a-changin'.

Come senators, congressmen
Please heed the call
Don't stand in the doorway
Don't block up the hall
For he that gets hurt
Will be he who has stalled
There's a battle outside
And it is ragin'.
It'll soon shake your windows
And rattle your walls
For the times they are a-changin'.

Come mothers and fathers
Throughout the land
And don't criticize
What you can't understand
Your sons and your daughters
Are beyond your command
Your old road is
Rapidly agin'.
Please get out of the new one
If you can't lend your hand

For the times they are a-changin'.

The line it is drawn
The curse it is cast
The slow one now
Will later be fast
As the present now
Will later be past
The order is
Rapidly fadin'.
And the first one now
Will later be last
For the times they are a-changin'.

 

 

http://en.wikipedia.org/wiki/The_Times_They_Are_a-Changin%27_(song)

 

วันนี้ได้โอกาสลงเพลงนี้ ซึ่งเป็นเพลงที่แถมมากับ OST ข้างหลังภาพ ฉบับคุณเชิด ทรงศรี

 

นี่คือเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องข้างหลังภาพ ฉบับ คุณเชิด ทรงศรี

ส่วนต้นเป็นเนื้อเพลงภาษาญี่ปุ่นที่เข้าใจว่า เป็นเพลงพื้นบ้านญี่ปุ่น ส่วนหลัง คือการถอดความเนื้อเพลงนั้นซึ่งคมคาย และซัดอยู่กมัดในไม่กี่ประโยคโดยมิพักเสียเวลาเยิ่นเย้อขยายความ 

 

 ไม่ได้เป็นภูเขาฟูจี ภูเขาอื่นมีใช่ไร้คุณค่า ไม่ได้เป็นอาทิตย์ทิวา จงเป็นดาราในยามราตรี

ชอบเนื้อเพลงในท่อนนี้เหลือเกิน

 

 

 

ตอนที่ได้ฟังเพลง คืนอันเป็นนิรันดร์ ในหนังรักแห่งสยาม เพลงแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือเพลงนี้

รักอันเป็นนิรันดร์ อยู่ในอัลบั้มเทียบเสียง ของ.ดนู ฮุนตระกูล แห่งวงไหมไทย

หรือถ้าจะให้ถูกต้องคืออยู่ในหนัง กาลครั้งกนึ่งม่อเช้านี้  หนังไทยที่ดีท่สุดรื่องหนึ่งจากยุค 80

เสียงของเครื่องสายโหนสูง กับเสียงร้องแบเข้มข้นของคุณทวีพร เต็งประทีป โหมอารมณ์ที่ประจุมาจากเนื้อร้องได้อย่างชวนขนลุก

 ราวกับเสียงโหยให้ถึงความรักอันลอยลับ การพร่ำเพรียกเรียกหาอันเศร้าสร้อยและไม่หวนคืน

 

โปรดฟังอีกครั้งหนึ่งครับ