ส่งแอ๋วเรียนราม (ศรเทพ ศรทอง):ขับรถหัวใจลอยล่อง ต้องล๊อคประตู เข้าอู่ร้องให้
posted on 11 Mar 2009 11:38 by earoffools in earofolddays
เลยพ้นไปจากประเด็นทางสังคมจากชีวิตปัจเจกบุคคลที่ยังฉ่ำน้ำเนื้อแม้จะผ่านมาหลายสิบปี (กล่าวอีกทางหนึ่งคือปัญหาไม่เคยได้รับการแก้ไขนั่นแล) นี่คืออีกหนึ่งหลักฐานชี้ชัดถึงความคลาสสิค และเป็นนายภาษาของเพลงลูกทุ่งสมัยก่อน เพราะนี่คือเรื่องเล่าเศร้ารักขงไอ้หนุ่มรถสองแถว และน้องแอ๋วสาวราม ที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับรถมัสแตง เรื่องมันก็ไม่มีอะไรมาก ทำนองเพลงก็สามัญธรรมดา แต่โปรดไล่สายตาตรงเนิ้อเพลงล้วเพ่งพิศดูคำสัมผัสที่ใช้ในการเล่า ไม่มีคำไหนไม่จำเป็น และไม่มีคำไหนเฉไฉออกนอกเส้นทาง รวบรัดตัดความ จบเรื่องเล่าและเศร้าสร้อยไปได้ในสามนาที
ผมหาข้อมูลเกี่ยวกับเพลง หรือศรเทพ ศรทอง ที่เป็นคนร้องไม่ได้ แต่จำได้ว่าที่บ้านมีแผ่นเสียงซิลเกิ้ล เพลงนี้ (สิ่งซึ่งน่าสดุดีจากยุคสมัยของแผ่นเสียงที่หายไปจากวงการซีดีในบ้านเรา คือการออกแผ่นซิงเกิ้ล สองเพลงที่ซาบซึ้งคุ้มราคากว่าหนึ่งเพลงที่ฮิตเฉพาะท่อฮุกกับอีกเก้าเพลงที่ราคาถูกกว่าของแถมขนมเสียอีก) ในช่วยวัยประถาม น้องแอ๋ว เลยกลายเป็นภาพลักษณ์สาวรามในความคิดของผมอยู่ระยะหนึ่งเลยทีเดียว
ขอผิดท้ายด้วยวรรคทองคลาสสิคที่บาดจิตมาก เพราะหลังพ่ายรักที่พ่อหนุ่มทำได้คือ ‘ขับรถหัวใจลอยล่อง ต้องล๊อคประตู เข้าอู่ร้องให้'
โดยส่วนตัว ผมเคยค้นพบมาด้วยตนเองแล้วว่าอาการ ‘ขับรถหัวใจลอยล่อง' เป็นอาการซึ่งเจ็บจริงไม่พึ่งสลิงหรือสตันท์ !
ขับรถสองแถวส่งแอ๋วเรียนราม
ปีนี้คนงามเรียนอยู่ปีสามนิติศาสตร์
ออกรถทุกวันเหนื่อยจนใจนั้นแทบจะขาด
ค่าโดยสารคนละบาทอุตส่าห์ประหยัดส่งแอ๋วเรียนราม
ขับรถสองแถวส่งให้แอ๋วเรียน
แอ๋วก็หมั่นเพียรขยันไปเรียนรอบค่ำ
ทุกเย็นถึงวินรับส่งยุพินถึงบ้านประจำ
รักกันไม่เคยเกินกล้ำสำเร็จจากรามเราหวังแต่งกัน
พอขึ้นปีสี่คนดีไยมาเปลี่ยนแปลง
แอ๋วไปนั่งรถมัสแตงติดแอร์สีแดงรับส่งทุกวัน
เป็นลูกเศรษฐีห้อยกระบี่นายร้อยสามพราน
แฟนใหม่แอ๋วมีหลักฐานสองแถวโดยสารแอ๋วเลยไม่มอง
* เดี๋ยวนี้สองแถวขาดแอ๋วนั่งเคียง
เหลือไว้แต่เพียงเบาะเปล่าที่ไร้เจ้าของ
สองแถวมันจนหน้ามลแอ๋วเลยไม่มอง
ขับรถหัวใจลอยล่องต้องล็อคประตูเข้าอู่ร้องไห้
ซ้ำ *